โรงเรือนระบบปิด ระบบทำความเย็นเพื่อเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

โรงเรือนระบบปิด ระบบทำความเย็นเพื่อเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

ระบบทำความเย็นในโรงเรือนเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ในการทำการเกษตรในยุคปัจจุบันที่ต้องการจำนวนผลผลิตจำนวนมากขึ้น มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมี และยาฆ่าแมลง และอีกหลายๆปัจจัยตามกระแสอนุรักษ์โลก และ เกษตรอินทรีย์ โรงเรือนระบบปิด จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพัฒนาผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมที่มีคุณภาพ ผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษ จากการเพาะปลูกที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีในการควบคุมโรคพืช

โรงเรือนระบบปิด จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่เกษตรกรบ้านเราเริ่มนำเข้ามาใช้กัน การปลูกพืชโดยไม่ต้องการให้แมลงหรือหนอนเข้ามารบกวน จากวิธีการเดิมคือการกำจัด หรือการฆ่าแมลงและหนอนซึงเป็นตัวอ่อนของแมลง ด้วยสารเคมีหลากหลายชนิด ซึ่งก็มีสารเคมีตกค้าง ถูกกีดกันหรือไม่ได้รับการยอมรับ เมื่อส่งไปยังตลาดในต่างประเทศ และยังเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกษตรกรเกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือไปจากต้นทุนเดิมคือ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยารักษาโรคปุ๋ยหมักชีวภาพ และพัฒนามาโดยตลอด กลายมาเป็นโรงเรือนระบบปิดในบ้านเราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการเพาะปลูกมาเป็นการปลูกในกรงตาข่าย หรือ ผักกางมุ้ง และเปลี่ยนมาใช้ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน และมีการทำโรงเรือนระบบปิดเพื่อความสามารถในการควบคุมสภาวะแวดล้อม แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะสม ตามคุณลักษณะของพืชแต่ละชนิด

โรงเรือนระบบปิด ถ้าสำหรับการเพาะปลูกเราก็อาจจะเรียกว่า Green House หรือเรือนกระจก แต่เดิมนั้นจะเป็นเหมือนเรือนหลังย่อมๆที่มีหลังคา และข้างฝาเป็นกระจกเพื่อให้แสงแดดส่องลงมา ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ ทั้งยังสามารถควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนหรือเย็นเกินไป ในระดับกรีนเฮาส์ของมหาเศรษฐี จะมีเครื่องมือควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้น มีระบบฉีดน้ำ เป็นละอองฝอย และมีเครื่องผสมปุ๋ยมากับน้ำที่ฉีดเพื่อปรับอุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเรือน และยังมีช่องระบายอากาศที่มีมุ้งลวดกันแมลง ปิดเปิดเองเรียกว่าเพียง มีสตางค์ จ่ายค่าก่อสร้างค่าติดตั้งอุปกรณ์ และมีความสามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ก็เพียงพอแล้ว ที่เหลือก็คือเดินเข้ามาชมความงามของพรรณไม้ หรือกล้วยไม้ หรือแม้แต่ต้นไม้กินแมลงจากทั่วทุกมุมโลก เป็นความสุขขั้นเทพ โดยที่ไม่มีแมลง นก หนู หรือแม้แต่งูเขียว สามารถเล็ดลอดเข้ามาสร้างความไม่สบายใจให้กับเจ้าของเรือนกระจกหลังงามได้เลย

ในความที่เป็นโรงเรือน จึงสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี จุดเด่นในแง่มุมต่างๆจึงถูกนำเอามาใช้เพื่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ทั้งไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ประหยัดน้ำ และสามารถควบคุมให้สภาพภายในของโรงเรือนเหมาะสมกับพืชบางชนิด และยังสามารถเร่งให้พืชผักเจริญเติบโตทั้งกลางวันและกลางคืนโดยการนำเอาหลอดไฟที่มีแสงสว่างเป็นแสงอัลตร้าไวโอเลตมาเปิดหลอกพืชให้สังเคราะห์แสงในยามกลางคืน แต่มีข้อเสียประเด็นสำคัญก็คือ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง จึงเหมาะกับพืชผักที่มีราคาแพง และเป็นพืชผักที่สามารถปลูกเป็นรุ่นๆ ให้ผลผลิตทั้งปี และยังรวมถึงการทำโรงเรือนระบบปิด เพื่อเลี้ยงสัตว์ปีก เช่นไก่เนื้อ ไก่ไข่ ที่มีความหนาแน่น หรือจำนวนของไก่ที่ค่อนข้างมากต่อพื้นที่ และปัจจุบันนี้มีการนำเอาโรงเรือนระบบปิด สร้างครอบบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่บ่ออนุบาล ไปถึงกระบวนการทำเป็นอาหารแช่แข็ง ซึ่งโรงเรือนระบบปิด จะช่วยลดความเสียหายจากผลกระทบของธรรมชาติ เช่น สัตว์ปีกที่เลี้ยง ไม่ติดเชื้อไข้หวัดนก จากฝูงนก อพยพ หรือผลองุ่นไม่แตก เพราะถูกน้ำฝน เป็นต้น เราสามารถนำเอามาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ตามวิถีอุตสาหกรรมการเกษตร ในบางประเทศเลี้ยงขุนโคเนื้อในโรงเรือนที่ปรับอุณหภูมิ เปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ บ่ายๆ ป้อนเติมส่าเหล้า กากน้ำตาล หรือเบียร์ โคพวกนี้ก็เดินๆนอนๆยิ้มไปยิ้มมาอย่างสบายอารมณ์ พอนำเนื้อไปปรุงอาหาร เขาว่ากันว่า แทบจะละลายในปาก

โดยรวมแล้วโรงเรือน หรือโรงเรือนระบบปิด จึงถูกนำมาใช้ในการเพิ่มผลผลิต หรือผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงปลอดสารพิษ แต่โรงเรือนสำหรับการเพาะปลูก จะมีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เพราะพืชทุกชนิดต้องการแสงแดด เพื่อการเจริญเติบโต จึงต้องมีหลังคาโปร่งแสง หรือมีความใส เพียงพอที่แสงแดดจะผ่านลงมาถึงพืชที่ปลูกในโรงเรือน เมื่อมีแสงแดดส่องเข้ามาในโรงเรือน ความร้อนก็จะตามมาด้วย ถ้าไม่มีการระบายอากาศโรงเรือนก็จะเหมือนกับเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นไม้ พืชผักที่ปลูกก็จะเกิดอาการสุก หรือเหี่ยวเฉาและแห้งตายไปในที่สุด และถ้าเป็นโรงเรือนสำหรับเลี้ยงสัตว์ ก็จะเกิดอาการอึดอัดและร้อน ขาดอากาศสำหรับการหายใจ จึงมีการนำเอาระบบ EVAP. เข้ามาใช้ในการปรับสภาพภายในโรงเรือนให้เหมาะสมกับพืชหรือสัตว์ที่เพาะปลูกหรือเลี้ยงเอาไว้ในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งต้องใช้ตัวเลขจากข้อมูลเฉพาะพื้นฐานของพืชและสัตว์แต่ละชนิดนำมาประกอบด้วยเพื่อให้ ระบบทำงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในสภาพการใช้งานจริง ต้องมีความแม่นในข้อมูลและละเอียดรอบครอบในการออกแบบ

เมื่อเราต้องการโรงเรือนมาป้องกันพืชผักหรือสัตว์เลี้ยงของเรา สิ่งที่จะตามมาก็คือ ความร้อน หรือ อุณหภูมิที่สูงขึ้น จึงต้องการระบบระบายอากาศ หรือระบบที่จะมาทำให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนเย็นลง ถ้าใช้ระบบปรับอากาศ (Air Condition) ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ และค่ากระแสไฟฟ้าในการเดินเครื่อง จึงมีความพยายามที่จะลดอุณหภูมิด้วยวิธีการประหยัดที่สุด เท่าที่จะสามารถนำมาใช้ในทางเกษตรกรรมแล้วคุ้มค่า

Evaporative Cooling หรือระบบทำความเย็นโดยอาศัยหลักการระเหยของน้ำ เป็นวิธีการธรรมชาติที่มีต้นทุนการเดินเครื่องหรือค่ากระแสไฟฟ้าถูกกว่าการใช้เครื่องปรับอากาศประมาณ 80% ในระบบที่ออกแบบและติดตั้งอย่างถูกต้องและเหมาะสมเพราะมีเพียงปั๊มน้ำและพัดลมที่ใช้กระแสไฟฟ้า ความเย็นที่ได้สามารถลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้ต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอกประมาณ 3-10 องศาเซลเซียส ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และความชื้นในอากาศของแต่ละวัน

Evaporative แปลตรงๆก็คือกระบวนการระเหยของน้ำ ซึ่งสสารทั้งมวลในโลกนี้เวลาที่เปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว หรือเปลี่ยนจากของเหลวกลายเป็นไอ หรือก๊าส จะต้องใช้ความร้อน การระเหยของน้ำก็เหมือนกัน ถ้าเราลองเอานิ้วชี้จุ่มน้ำแล้วมาทาที่แขนของเรา แล้วใช้ปากเป่าลมไปตรงแขนที่เราทาน้ำเอาไว้ เป่าไปจนน้ำแห้ง เราจะรู้สึกเย็นตรงบริเวณที่น้ำแห้ง หรือระเหยหายไปในอากาศ ระบบ EVAP ก็คือการทำให้น้ำระเหยบนพื้นที่มากๆ ถ้าเราระดมคนมาสักร้อยคนมายืนที่หน้าโรงเรือนปิด แล้วให้ทุกคนเอาน้ำทาที่แขนแล้วช่วยกันเป่าให้น้ำระเหยเพื่อให้ ความเย็นของการระเหยไหลเข้าไปในโรงเรือน ความเย็นคงไม่พอเพียง และเป็นที่โกลาหลใช้คนเป็นร้อยคน จึงมีการคิดค้น หาเครื่องมือมาช่วยให้เกิดการระเหยมากๆ ซึ่งชาวอิสราเอลเป็นผู้คิดค้นในยุคแรกๆ เพราะต้องสร้างประเทศและผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรของเขาในพื้นที่ทะเลทราย

Cooling Pad หรือแผ่นทำความเย็นจึงเป็นอุปกรณ์หลักที่นำมาใช้ในระบบเครื่องทำความเย็นแบบการระเหยของน้ำ ซึ่งเป็นแผ่นทำความเย็นที่ทำมาจากกระดาษ ที่มีคุณสมบัติพิเศษซับซึมน้ำได้ดีและผู้ผลิตบางรายเคลือบสารต่างๆเข้าไปที่ผิวเพื่อให้มีความทนทาน ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายหรือเสื่อมสภาพเมื่อถูกน้ำเป็นเวลานานๆ รวมทั้งบางรายเคลือบสารป้องกันเชื้อรา และป้องกันตะไคร่น้ำเข้าไปอีกหลายๆยี่ห้อจากทั่วทุกมุมโลกต่างเน้นประเด็นเนื้อกระดาษคุณภาพดีและสารพิเศษชนิดต่างๆเราก็ต้องทดลองใช้งานกันครับ ยี่ห้อไหนทนทานคุ้มค่าราคาน่าสนใจ คนขายให้คำแนะนำและติดตามให้ข้อมูลหลังการขายดี เราก็อุดหนุนกันไปครับ เน้นสินค้าผลิตในประเทศไทยเอาไว้ก่อนตามกระแสประเทศไทยยุคพัฒนาในปัจจุบัน

นอกจากกระดาษคุณภาพดีแล้วน้ำที่เอามารดให้แผ่นทำความเย็นเปียกจะต้องมีการปรับปรุงหรือตรวจสอบด้วย คือไม่เป็นกรดหรือเป็นด่างเกินไป น้ำประปาจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในพื้นที่ที่น้ำประปาเข้าถึง ถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำบ่อ น้ำบาดาล เราก็ควรตรวจสอบความเป็นกรดเป็นด่าง และอาจจะใช้เครื่องกรองน้ำเข้ามาช่วย เพื่อลดการเกิดคราบหินปูน ถังที่บรรจุน้ำหมุนเวียนควรเป็นถังสเตนเลสหรือไฟเบอร์กลาส ถังพลาสติก ที่มีฝาปิด หรือวางไว้ในร่มอย่าให้แสงแดดส่องถึงเพราะจะเกิดตะไคร่น้ำ ใช้งานไปไม่เท่าไร สนิมเขียวจับแผ่น Cooling Pad จนตันไปหมดต้องมาล้างมาแก้ปัญหากัน

July 1, 2015Permalink

สุขภาพดีด้วยสมุนไพรไทย 100 กว่าชนิด

สุขภาพดีด้วยสมุนไพรไทย 100 กว่าชนิด

ถึงแม้ในปัจจุบัน ความรู้และความเข้าใจของผู้คนในส่วนใหญ่ เกี่ยวกับสมุนไพรไทยชนิดต่าง ๆ ที่มีมากกว่า 100 ชนิดด้วยกัน จะเป็นข้อมูลความรู้ที่แทบจะลดเลือนลงไปทุกที ๆ แต่สำหรับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นความรู้ที่ดีและมีคุณค่าอย่างมาก

เพราะจากที่ผ่านมาสมุนไพรไทยถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่ง ที่สามารถนำพาให้มนุษย์ไปค้นพบกับสุขภาพที่ดีได้ ด้วยการนำสมุนไพรไทยแต่ละชนิดมาใช้ให้ถูกที่และถูกทาง ตลอดจนกระทั่งการประยุกต์สมุนไพรไทยบางชนิด ให้เข้ากับการทำอาหารคาวและอาหารหวาน เพื่อที่ผู้รับประทานจะได้คุณค่าจากการรับประทานสมุนไพรและอาหารที่มีประโยชน์ไปพร้อม ๆ กัน และนี่คือส่วนหนึ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สมุนไพรไทยไม่ได้มีคุณค่าแค่เพียงเป็นยารักษาโรค แต่คุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยแต่ละชนิดที่มีแตกต่างกันออกไปนั้น ยังคงสานต่อถึงความเป็นสมุนไพรเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี ของมนุษย์เราทุกคนที่สามารถเป็นไปได้มากและมีผลเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ส่วนความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรไทย ก็ยังคงมีอยู่ให้เราคนไทยส่วนใหญ่ได้ศึกษา หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการได้รับประโยชน์ดี ๆ ที่มีคุณค่าของสมุนไพรไทยบ้านเรา

คุณสามารถที่จะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรไทยแต่ละชนิด อีกทั้งคุณยังคงสามารถศึกษาเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทย และนำความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ ทั้งในกรณีของการรักษาโรคในเบื้องต้นบางโรค หรือแม้กระทั่งการนำสมุนไพรไทยบางชนิด มาปรุงร่วมกับวัตถุดิบดี ๆ เพื่อได้อาหารรสชั้นเลิศเพื่อนำมารับประทาน จนก่อให้เกิดสุขภาพที่ดีในเร็ววันได้เช่นกันค่ะ

October 11, 2014Permalink

เตือนผู้ที่เลี้ยงปลาหน้าฝน

ข้อควรระวังในการเลี้ยงปลาช่วงฤดูฝน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน เกษตรกรมักจะประสบปัญหามากมายเกี่ยวกับการเลี้ยงปลา ทำให้ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. อากาศร้อนมาก ๆ ก่อนฝนจะตกซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่างและความขุ่นของน้ำอย่างรวดเร็วหลังฝนตกจึงมีผลต่อลูกปลาและปลาที่ปล่อยใหม่ ตลอดจนปลาที่เลี้ยงกันแบบหนาแน่นมากจะมีผลให้ปลาน๊อคหรือปลาตายเนื่องจากปลาปรับตัวไม่ทัน

2. เมื่อฝนตกหนัก จะพัดพาพวกปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ขี้เถ้าแกลบจากการเผาป่า ล้วนเป็นพิษต่อปลา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ฝนตกใหม่ ๆ
3. ตะกอนแขวนลอยซึ่งเกิดจากการชะดินของน้ำฝนในช่วงหน้าฝน ตะกอนจะฟุ้งกระจาย ซึ่งสร้างปัญหาเกี่ยวกับเหงือกสัตว์น้ำในการแลกเปลี่ยนออกซิเจน สัตว์น้ำจะกินอาหารลดลง เครียด และตาย
4. ถ้าหากฝนตกทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันหลายวัน จนเกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อ อาจทำให้คันดินพังหรือน้ำท่วมมิดคันบ่อ ทำให้เกิดความเสียหายได้

5. น้ำฝนจะชะล้างความเป็นกรดจากอากาศและดินลงสู่บ่อ ทำให้ pH ของ น้ำในบ่อต่ำลง ความเป็นพิษของก๊าซไข่เน่า และแอมโมเนียจะมากขึ้น ทำให้ปลาลอยหัวขึ้นมาหาอากาศหายใจ ซึ่งอาจทำให้ปลาเครียด ป่วย และตายได้

6. สภาพอากาศมืดครึ้ม ฝนไม่ตก หรือสภาพอากาศอบอ้าวเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งมีผลต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจนระหว่างชั้นบรรยากาศกับผิวน้ำได้ลำบาก ทำให้ปลาเกิดสภาพขาดออกซิเจน ปลาจะขึ้นมาลอยหัวหาอากาศบนผิวน้ำจำนวนมาก

7. เมื่อฝนหยุดตก ควรเปิดเครื่องตีน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจน และคลุกเคล้าน้ำฝนกับน้ำในบ่อให้เข้ากัน เพื่อป้องกันการแบ่งชั้นน้ำ และลดปัญหาปลาตาย

8.เมื่อฝนตกหนัก ทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ปลาจะลดการกินอาหาร ดังนั้น การให้อาหารปลา ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หรืองดอาหารในวันที่ฝนตกหนัก

July 22, 2014Permalink

แนะนำการทำฟาร์มปลาทับทิม

ฟาร์มปลาทับทิม รายได้ดีกำไรงาม

ปลาทับทิม จัดเป็นปลาที่ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งได้ทุ่มเทงบประมาณและเวลาด้านการศึกษาพัฒนาสายพันธุ์ นำเทคโนโลยีการเพาะลูกปลาในน้ำทะเล แล้วใช้อาหารสำเร็จรูปคุณภาพสูงเพื่อเลี้ยงให้เจริญเติบโต โดย นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ กก.ผจก.อาวุโส บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร บอกว่า ข้อดีของปลาทับทิม เป็นปลาที่ถูกพัฒนามาให้เลี้ยงในแม่น้ำที่มีน้ำไหล ซึ่งจะเป็นปลาที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นจะไม่สนับสนุนให้ไปเลี้ยง ในบ่อดินเหมือนปลานิล ทาง ซีพีเอฟ จึงส่งเสริมให้เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดเพื่อให้มีคุณภาพเนื้อที่ดี ทั้งนี้ การควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสมตลอดระยะเวลา เพื่อให้ได้ ผลผลิตที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีคุณสมบัติพิเศษที่จะเป็นปลาเนื้อทางเศรษฐกิจ หัวเล็ก สันหนา มีปริมาณเนื้อมากถึง 40% ของน้ำหนัก เติบโตเร็วเนื้อขาวแน่นละเอียด รสชาติดีสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่าง ประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ทั้งในรูปของแช่แข็งทั้งตัวและฟิลเลต (Fillet) กอกวงฮวด ฟาร์มปลาทับทิม ตัดกำไรสร้างรีสอร์ทเสริมรายได้ กอกวงฮวด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เลขที่ 54 หมู่ 2 ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เป็นฟาร์มปลาทับทิมเก่าแก่ที่เลี้ยงปลาชนิดนี้ มีนายวรชัย แสงวณิช หรือ เฮียกู้ เจ้าของฟาร์ม ผู้บุกเบิกการเลี้ยงปลาทับทิมในลุ่มน้ำแม่กลอง เล่าว่า ผมเลี้ยงปลาทับทิมมาเป็นเวลา 11 ปีเต็ม และเป็นผู้เลี้ยงในกระชังรายแรกของประเทศไทย จนกระทั่งได้รับพระราชทานชื่อในวันที่ 22 มกราคม 2541 ช่วงแรกประสบปัญหาด้านการตลาดเพราะเป็นปลาชนิดใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก เราก็ต้องปรับกระบวนการเลี้ยงจากเดิมที่มีเพียง 6 กระชัง เพิ่มเป็น 50 และ เป็นกว่า 100 กระชัง ขยายจนเต็มพื้นที่ ซึ่งหากรวมพื้นที่เช่าด้วย ปัจจุบันมีทั้งหมด 300 กระชัง ทำให้เป็นผู้เลี้ยงปลาทับทิมรายใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งมีผู้เลี้ยงในแม่น้ำแม่กลองจำนวน 100 ราย เฮียกู้เล่าว่า วิธีการเลี้ยงกระชังละ ประมาณ 800 ตัว ใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะได้ปลาไซส์จาน เมื่อประสบความสำเร็จตั้งแต่เลี้ยงปลาทับทิมมากว่า 11 ปี ยังไม่เจอปัญหาด้านการตลาด ปัจจุบันตลาดดีมากผลิตแทบจะไม่พอขาย อีกอย่างคุณภาพน้ำของแม่น้ำแม่กลองที่เลี้ยงอยู่มีคุณภาพดีกว่าแม่น้ำสายอื่นๆ เมื่อมีน้ำดีปลาที่เลี้ยงก็มีคุณภาพที่ดีด้วย

July 2, 2014Permalink

แนะนำวิธีการปลูกข้าวโพด

ฤดูปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะสม

• ต้นฤดูฝน ปลูกได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนมิถุนายน ตามสภาพฝนแต่ละพื้นที่

• ปลายฤดูฝน ปลูกได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม

• ฤดูแล้ง ปลูกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์

การเตรียมดิน สำหรับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วัตถุประสงค์ของการเตรียมดิน เพื่อให้ผิวดินอ่อนตัว และห่อหุ้มเมล็ดข้าวโพดให้ชื้นอยู่เสมอ และให้ดินมีอากาศถ่ายเทสะดวก และทำลายเหง้าวัชพืชให้แห้งตายและฝังกลบซากวัชพืชเดิมให้จมดิน การไถพรวนควรไถอย่างน้อย 2 ครั้ง ภายใต้หลักการ ไถดะให้ลึก ไถแปรให้ดินแตกละเอียด

1. ไถดะ การไถด้วยผาน 3 หรือผาน 4 ควรไถให้ลึกประมาณ 30 ซม.เพราะการไถลึก จะทำให้ดินเก็บน้ำได้มาก และตากดินไว้ประมาณ 10-15 วัน เพื่อทำลายวัชพืชและศัตรูพืชในดินบางชนิด

2. ไถแปร ควรไถด้วยผาน 7 โดยไถขวางรอยเดิมของไถดะเพื่อย่อยดินก้อนใหญ่ให้แตก ทำให้ดินมีความร่วนซุยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เมล็ดพันธุ์งอกได้อย่างสม่ำเสมอ


การปลูกและระยะปลูก

วิธีการปลูก ทำได้ 2 วิธี ดังนี้

1. ใช้เครื่องปลูก

เลือกรูจานหยอดให้เหมาะกับขนาดของเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะระบุไว้ที่ถุง โดยทั่วไปจะใช้ระยะห่างระหว่างแถว 75 ซม. ระยะระหว่างหลุมประมาณ 20-25 ซม. โดยปริมาณเมล็ดที่ใช้จะประมาณ 3-3.5 กก./ไร่ และ จะมีจำนวนต้นข้าวโพด/ไร่ ประมาณ 8,533-10,600 ต้นต่อไร่ ควรหยอดเมล็ดข้าวโพดให้ลึก 2.5-3 นิ้ว

2. ใช้คนปลูก

ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางภาคเหนือ จะใช้เชือกในการกำหนดระยะให้มีระยะห่างระหว่างร่องประมาณ 70 ซม. แล้วใช้จอบขุด หยอดเมล็ด 1-2 เมล็ดแล้วกลบ โดยจำนวนเมล็ดที่หยอดและระยะห่างระหว่างหลุม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ว่า สายพันธุ์นั้นเหมาะกับการปลูกถี่ได้ดีเพียงใด

June 25, 2014Permalink