พืชที่ไม่ใช้สารเคมี !!..

พันธุ์แม่กลอง


ลักษณะเป็นทรงพุ่มใหญ่ ใบใหญ่หนาสีเขียวเข้มออกดำ ดอกกลมขนาดใหญ่ ให้ดอกไม่ดกมากนัก ดอกออกเป็นช่อละไม่เกิน 3 ดอก


พันธุ์ราษฎร์บูรณะ


ทรงพุ่มมีขนาดเล็กกว่าพันธุ์แม่กลอง ใบเล็กและบางกว่าสีเขียวไม่เข้ม ดอกเล็กเรียวแหลม ทยอยให้ดอกเรื่อย ๆ ในหนึ่งช่อมี 1-2 ชุด ให้ดอกชุดละ 3 ดอก


พันธุ์ชุมพร


มีลักษณะทรงพุ่มคล้ายราษฎร์บูรณะแต่โปร่งกว่า ใบบางและสีอ่อนกว่า ดอกขนาดเล็กเรียวแหลม ให้ดอกมากแต่ทิ้งระยะเป็นช่วง ๆ ช่อดอกมีมากกว่า 2 ชุด ๆ ละ 3 ดอก


การขยายพันธุ์


มะลิขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง ปักชำ หรือแยกกอ แต่วิธีที่ง่ายและนิยมมากที่สุดคือ การปักชำ มะลิเป็นไม้ดอกที่ชอบแสงแดดจัดและดินที่ร่วนซุย การดูแลรักษาต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งและพรวนดินรดน้ำให้ปุ๋ยย่างสม่ำเสมอ จึงจะให้ดอกตลอดปี ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะลิมากที่สุดคือ ต้นฤดูฝนระหว่างเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม


วิธีการปักชำ


เลือกกิ่งที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ตัดกิ่งให้ชิดข้อมากที่สุด ขนาดความยาวของกิ่งประมาณ 4 นิ้ว หรือให้มีข้อติดอยู่อย่างน้อย 3 ข้อ เหลือใบคู่บนสุดไว้ 1-2 คู่ นอกนั้นให้ตัดทิ้ง นำโคนกิ่งไปจุ่มกับน้ำสกัดชีวภาพสักครู่แล้วผึ่งให้แห้งนำไปปักในกระบะชำ เพื่อช่วยให้รากงอกเร็วและมีความแข็งแรง ดินที่ใช้ให้นำทรายหยาบกับถ่านแกลบอย่างละ 1 ส่วน นำกิ่งลงไปปักลึก 1 ใน 3 ส่วนของความยาว ระยะห่างระหว่างแถวและกิ่งห่างกัน 2×2 นิ้ว นำไปวางไว้ในที่ร่มรดน้ำและรักษาความชื้นให้คงที่ โดยอาจใช้พลาสติกใส่ปิดให้มิดชิดเพื่อรักษาความชื้น กิ่งชำจะงอกรากภายใน 3 สัปดาห์


การเตรียมดินและแปลงปลูก
ก่อนปลูกควรมีการเตรียมดินหรือปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ มีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโต โดยขุดดินให้ลึกประมาณ 1 ฟุต แล้วตากดินเพื่อฆ่าเชื้อโรคและแมลงประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้ย่อยดินให้ละเอียดใส่อินทรีย์วัตถุที่สลายตัวแล้วอย่างเช่น เศษฟาง เปลือกถั่วลิสง ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยพืชสด เพื่อให้ดินมีความร่วนซุย สามารถเก็บความชื้นและมีการระบายน้ำดี


แปลงที่ใช้ปลูกมะลิอาจใช้วิธียกร่อง หรือปรับระดับดินให้สูงกว่าระดับดินธรรมดาไม่ต่ำกว่า 1 ฟุต หลุมสำหรับปลูกควรขุดหลุมขนาดกว้างยาวลึก 50 เซนติเมตร ระยะปลูกประมาณ 1×1 เมตร ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพ เปลือกถั่ว ฟางผุ อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว จึงนำกิ่งพันธุ์ลงไปปลูก หลังจากกลบดินเรียบร้อยแล้วควรคลุมแปลงปลูกและรดน้ำให้ชุ่ม การคลุมแปลงจะช่วยรักษาความชื้นรักษาอุณหภูมิและช่วยป้องกันวัชพืชวัสดุที่ใช้คลุมแปลง เช่น ฟางข้าว เศษหญ้าแห้ง เปลือกถั่ว หรือวัสดุอื่นที่มี


การให้น้ำ
มะลิเป็นไม้ดอกที่ต้องการนำตลอดทั้งปี ในการให้น้ำนั้นจะให้มากให้น้อยขึ้นอยู่กับสภาพดินที่ปลูกและฤดูกาลด้วยหลักในการพิจารณาคือหากดินยังมีความชื้นอยู่ไม่ควรให้น้ำเพิ่ม รอกระทั่งดินแห้งหมาด ๆ เสียก่อนจึงให้น้ำครั้งต่อไป เพราะมะลิไม่ชอบให้มีน้ำท่วมขังอยู่นาน ๆ อย่างไรก็ตามไม่ควรให้น้ำถึงกับดินเปียกโชกเกินไป ด้วยจะทำให้เกิดโรคแมลงระบาดได้ง่าย


การให้ปุ๋ย
ปกติการใส่ปุ๋ยให้มะลิอาจให้เดือนละ 1 ครั้ง หากเป็นช่วงเริ่มให้ดอก ให้ใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง เพื่อเร่งดอกหลังใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรรดน้ำตามทันที หรือฉีดพ่นด้วน้ำหวานหมักจากผลไม้(Fermented Fruit Juice) ใช้ฉีดพ่นแบบฮอร์โมนพืช ให้ผลในการบำรุงดีมากโดยเฉพาะในช่วงที่พืชกำลังออกดอก


การตัดแต่งกิ่ง
การตัดแต่งกิ่งเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งของการปลูกมะลิ เพราะจะช่วยให้มะลิมีอายุยืนยาวและผลิตดอกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มะลิมักไม่ค่อยให้ดอกแต่มีราคาแพง วิธีการตัดแต่งกิ่งในทรงพุ่มและกิ่งเลี้อยออกไปจะช่วยได้มาก การตัดแต่งกิ่งยังทำให้ทรงพุ่มโปร่ง ง่ายต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว


วิธีการตัดแต่งกิ่งควรใช้มีดหรือกรรไกรที่สะอาดและคม ตัดเป็นรอยเฉียงทำมุม 45 องศา ป้องกันไม่ให้มีน้ำขังทำให้รอยแผลเปื่อยยุ่ยและเกิดโรคเน่าตามมาการตัดไม่ควรตัดชิดตามากไป ควรเหลือกิ่งเหนือตาไว้ประมาณ ¼ นิ้ว และให้ตาอยู่ทางด้านส่วนสูงของรอยเฉียง หลังจากตัดกิ่งแล้วควรทารอยตัดสำหรับกิ่งที่มีขนาดโตกว่าดินสอด้วยสีน้ำมันหรือปูนแดง เพื่อป้องกันการแห้งตายของปลายกิ่งจากการเข้าทำลายของเชื้อรา และหนอนเจาะลำต้น


ในการตัดแต่งกิ่งมะลิก็มีหลักในการพิจารณาเช่นเดียวกับการตัดแต่งกิ่งกุหลาบ คือ ให้ตัดกิ่งแก่ กิ่งแห้งตาย ซึ่งมักเป็นกิ่งในพุ่มและกิ่งแขนง เป็นกิ่งที่มีสีดำหรือน้ำตาล ตัดกิ่งที่ถูกโรคและแมลงรบกวนออกให้หมด ตัดกิ่งไขว้หรือกิ่งที่เข้าไปในทรงพุ่ม รวมทั้งกิ่งที่ล้มเอน เกะกะไปคลุมเกาะต้นอื่น

May 11, 2013Permalink